แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพทย์แผนไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพทย์แผนไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2555

กระวาน


กระวาน
ลักษณะทั่วไปของกระวาน
          กระวานเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าหรือลำต้นอยู่ใต้ดิน กระวานมี ๒ พวกใหญ่คือ กระวานแท้หรือกระวานเทศ มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย ส่วนอีกพวกคือ กระวานไทย พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถใช้แทนกระวานเทศได้ดี
          ผลกระวานมีน้ำมันหอมละเหย
สรรพคุณทางยาของกระวาน
-          ผลตากแห้งบดให้เป็นผง ชงดื่มกับน้ำอุ่นบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร เป็นยาบำรุงธาตุ ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยขับเสมหะ
-          ใบช่วยลดไข้

วันเสาร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2555

กุยช่าย


กุยช่าย
ลักษณะทั่วไปของกุยช่าย
          กุยช่ายมีน้ำมันหอมระเหยและเกลือแร่หลายชนิด อุดมไปด้วยสารอาหาร ได้แก่ ธาตุเหล็ก เบต้าคาโรทีน วิตามินเอ และวิตามินซี มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูก
          กุยช่ายมีกากใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ แต่ย่อยได้ยาก จึงไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก
          กุยช่ายสามารถรับประทานได้ทั้งสุกและดิบ มีรสเผ็ดหวาน มีฤทธิ์ร้อน ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
สรรพคุณทางยาของกุยช่าย
-          รับประทานเป็นอาหารช่วยบำรุงไต ข้อต่อกระดูก
-          ขับปัสสาวะ ฆ่าเชื้อโรคในระบบทางเดินปัสสาวะ
-          ใบและต้นสดคั้นเอาน้ำมาดื่มกับน้ำต้มสุก ช่วยรักษาอาการลำไส้หรือกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน
-          ลำต้นคั้นดื่มกับน้ำต้มสุก บรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
-          ลำต้นช่วยบำรุงธาตุ แก้บิดมีตัว
-          กุยช่ายต้มหรือผัดรับประทานเป็นอาหารกับตับหมู ช่วยบำรุงร่างกาย บรรเทาอาการไอเรื้อรัง เป็นหวัดเรื้อรัง
-          ใบประมาณ ๑๐๐ กรัม กับน้ำตาลทรายเล็กน้อย บดรวมกันจนละเอียด พอกบริเวณที่โดนน้ำร้อนลวก ช่วยรักษาแผล
-          น้ำต้มต้นกุยช่ายล้างบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารก่อนเข้านอนทุกวัน ช่วยรักษาแผลให้หายได้
-          ใบสด มีสรรพคุณช่วยรักษาอาการลมพิษและบรรเทาอาการผดผื่นคัน

อาการปวดหลัง


ปวดหลัง
  • หั่นหัวตะไคร้ให้เป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากแดดให้แห้งสนิท จากนั้นนำไปคั่วให้มีกลิ่นหอม นำไปชงกับน้ำร้อน สำหรับดื่ม 
  • เถาวัลย์เปรียง หั่นเป็นชิ้น นำไปตากแดด แล้วนำมาคั่วไฟ ชงกับน้ำร้อน สำหรับดื่ม

วันศุกร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2555

ไอ


ไอ
  • ต้มใบพลูในน้ำเดือด แล้วใส่เกลือนำมาดื่มแก้ไอ 
  •  เนื้อลูกมะขามป้อมสด ผสมกับเกลือ ตำให้แหลก ปั้นเป็นลูกกลอน สำหรับอม
  • เนื้อลูกมะขามป้อม กับผักส้มป่อยคั่วกรอบ ผสมกับเกลือ ตำให้แหลก ปั้นเป็นเม็ดสำหรับอม 
  •  นำหัวกระเทียม กับเกลือ ฝนกันน้ำมะนาว หรืออาจผสมดีปลีเข้าไปด้วย ใช้จิบแก้ไอ 
  •  ตำเหง้าขิง หอม และเกลือ ผสมกับน้ำผึ้ง รับประทานบรรเทาอาการไอและละลายเสมหะ 
  •  จิบน้ำมะนาวผสมกับเกลือ 
  •  นำข่ามาทุบ แล้วฝานบาง บีบมะนาวเติมน้ำตาล อมไว้สักครูแล้วเคี้ยวกลืน 
  •  หัวหอมใหญ่ รับประทานกับอาหารหรือต้ม นำน้ำที่ได้มาดื่ม

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

เจ็บคอ

เจ็บคอ
  • ต้นใบบัวบก หนัก ๖๐ กรัม ใช้น้ำร้อนลวกพอสุก คั้นเอาน้ำอุ่นๆ อมกลั้วคอ 
  •  พริกไทยประมาณ ๘ กรัม บดละเอียด ผสมน้ำเดือด ๕๐๐ ซีซี อมบ้วนปากกลั้วคอ 
  •  เคี้ยวต้นสดของฟ้าทะลายโจร แล้วกลืนลงคอช้า 
  •  วุ้นว่านหางจระเข้ อมแล้วค่อยๆเคี้ยวพอแตก จากนั้นจึงค่อยๆกลืน อมเช้า-เย็น และก่อนนอน 
  •  มะนาวฝานเปลือก หั่นชิ้นเล็กๆ อมครั้งละ ๑ ชิ้น ค่อยๆเคี้ยวแล้วกลืน 
  •  มะขามป้อม จิ้มกับเกลือ 
  •  ลูกมะแว้งเครือสดๆ ๕ ผล เคี้ยวแล้วกลืนแต่น้ำ คายกากทิ้ง วันละ ๓ ครั้ง

วันพุธที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

กานพลู

กานพลู
ลักษณะทั่วไปของกานพลู
          กานพลูเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยจำนวนมาก จึงมีฤทธิ์ช่วยขับลม ฆ่าเชื้อโรค
สรรพคุณทางยาของกะเพรา
-          ดอกแห้งของกานพลู ประมาณ ๕-๑๐ ดอก ต้มกับน้ำนำไปดื่ม ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่น จุกเสียด
-          ดอกแห้งนำมาผสมเหล้าขาว อุดบรรเทาอาการปวดฟัน

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

กะเพรา


กะเพรา
ลักษณะทั่วไปของกะเพรา
          กะเพราเป็นไม้ล้มลุก ใบมีกลิ่นหอม ออกดอกเป็นช่อ มีดอกย่อย กะเพรามี ๒ ชนิด คือ ชนิดขาว และชนิดแดง ชนิดขาวจะมีกิ่งก้านและใบสีเขียว ส่วนชนิดแดง ลำต้น ใบ กิ่งก้าน จะมีสีม่วงแดงคล้ำ
          กะเพราที่นำมาทำยาจะเป็นชนิดสีแดงเสียเป็นส่วนใหญ่ มีเบต้าคาโรทีนและธาตุเหล็กจำนวนมาก มีรสเผ็ด หวาน ฤทธิ์อุ่น
สรรพคุณทางยาของกะเพรา
-          รับประทานกับอาหาร ช่วยเพิ่มน้ำนมสำหรับสตรีหลังคลอดบุตร และแก้อาการจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ
-          ใบนำมาโขลกแล้วคั้นน้ำมาดื่ม แก้อาการปวดท้อง
-          รับประทานเป็นอาหารช่วยป้องกันหวัด
-          รับประทานใบเป็นอาหาร ช่วยลดความเครียด ช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
-          ใบนำมาต้มดื่ม แก้โรคหอบหืด ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้น
-          นำใบมาขยี้ ทารักษาหูด กลาก เกลื้อน
-          ใบกะเพรา ล้างให้สะอาด ๑ กำมือ นำมาโขลกให้แหลก ผสมกับเหล้าขาว มารักษาลมพิษ และพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
-          ใบกะเพรา นำมาขยี้แล้วทาที่หัวหูดบ่อยๆ จะทำให้หัวของหูดฝ่อและยุบหายไป มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย
สรรพคุณทั่วไปของกะเพรา
-          กิ่งกะเพราวางไว้จะช่วยไล่ยุงได้

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2555

กระเทียม


กระเทียม
ลักษณะทั่วไปของกระเทียม
          กระเทียมเป็นพืชล้มลุก มีลำต้นอยู่ใต้ดิน มีน้ำมันหอมละเหย ทำให้กระเทียมมีรสเผ็ดและมีกลิ่นหอม และสารอไลซิน(Alicin) มีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะ สามารถต้านเชื้อชนิดต่างๆ ได้หลายชนิด
          กระเทียมมีความระคายสูง ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและตับไม่ควรรับประทานกระเทียมมากนัก
สรรพคุณทางยาของกระเทียม
-          รับประทานสดหรือเป็นแคปซูล จะช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด
-          รับประทานสด ประมาณ ๑๐-๒๐ เม็ด แก้อาการปวดศีรษะข้างเดียว
-          รับประทานสดๆกับอาหาร ช่วยแก้ท้องขึ้นท้องเฟ้อ ขับลมในกระเพาะอาหาร
-          ตำให้ละเอียดทาบริเวณที่เป็นกลาก เกลื้อน ช่วยรักษากลาก เกลื้อน
-          หัวกระเทียม ๒ หัว ตำพอบุบ เติมน้ำต้มสุกประมาณ ๑ แก้ว แช่ทิ้งไว้ประมาณ ๒ ชั่วโมง นำน้ำที่ได้มาล้างแผลที่เป็นหนอง จะช่วยให้แผลนั้นหายเร็วขึ้น
-          กระเทียมสด คั้นเอาน้ำแล้วเติมน้ำต้มสุก ๑๐ แก้ว ใช้หยอดจมูก ช่วยรักษาอาการหวัด

เหงือกบวม


เหงือกบวม(เหงือกอักเสบ)
  • สีเสียดเทศกับลูกเบญกานี ฝนกับน้ำ นำมาทาที่เหงือก 
  • ใบมะนาวต้มกับเกลือ นำมาอม 
  •  กานพลู ตำหยาบๆ ผสมกับเหล้าเล็กน้อย ใช้อุดฟันที่มีอาการ 
  •  ใบมะนาว ตำรวมกับเกลือ ใช้สำหรับอม 
  •  ใบผักกระเฉดน้ำ ตำผสมกับเหล้าขาว นำไปอุดฟันที่มีอาการ

วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555

แผลร้อนใน


ร้อนใน
  • ใบบัวบก กับน้ำซาวข้าว ต้มดื่ม แก้กระหายและร้อนใน 
  •  ใบมะกากับไพล ต้มดื่ม 
  •  ต้นผักกาดน้ำ ต้มกับน้ำตาลกรวด กินแก้ร้อนในแก้เจ็บคอ 
  •  แพงพวยสด ประมาณ ๑๐๐ กรัม ตำแล้วคั้นเอาแต่น้ำผสมกับน้ำผึ้ง อุ่นแล้วดื่ม 
  •  ใบบัวบกกับขิง โขลกรวมกันให้ละเอียด ละลายกับน้ำร้อน กินแก้ร้อนใน 
  •  ตะไคร้ทุบพอแหลก ต้ม ดื่มน้ำที่ได้ ครั้งละ ๑ แก้ว 
  •  คั้นน้ำมะนาว ๒ ผล ผสมกับน้ำเย็น ดื่มวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น 
  •  ใบขี้เหล็กอ่อน ๑ กำมือ ตำกับเกลือ คั้นเอาแต่น้ำ ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วยกาแฟ วันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555

แผลในปาก


แผลในปาก
-          ถูบริเวณที่เป็นแผลด้วยน้ำตาลอ้อย
-          อมใบฟ้าทะลายโจรสด
-          บีบมะนาว ๒ ผล ลงในน้ำ เติมเกลือเล็กน้อย ทำเช่นนี้ดื่มวันละ ๓ ครั้ง

วันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปวดฟัน


ปวดฟัน
-          รากข่อย เมล็ดชุมเห็ดเทศ ตำผสมใส่เกลือ ต้มน้ำแล้วอมกลั้วปาก
-          ใช้ใบและรากชะพลูตำผสมกับเกลือแล้วอม
-          ตำใบชุมเห็ดเทศกับเกลือให้ละเอียด ใช้อุดฟัน
-          ใช้เปลือกของต้นแคต้มน้ำแล้วอม
-          ใบมะนาว ต้มใส่เกลืออมแก้เหงือกบวม
-          กานพลูบดหรือตำหยาบๆ ผสมเหล้าขาว อุดฟันที่ปวด
-          ข่าแก่ สด ปนเกลือเล็กน้อย ตำรวมกันให้ละเอียด นำไปอุดฟันที่ปวด

วันพฤหัสบดีที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2554

หูอื้อ


หูอื้อ
  • โขลกกระเทียม คั้นเอาน้ำหยอดในหู 
  •  ขยี้ใบชุมเห็ดเทศ ๕ ใบ ขยี้ให้ช้ำ นำไปอุดรูหู ทิ้งไว้ประมาณ ๒ ชั่วโมง

ปวดหู


ปวดหู
  •  ใช้เม็ดลำโพงแห้ง ๕ ช้อนโต๊ะ แช่ในน้ำมันพืชหรือน้ำมันมะพร้าว ๒ แก้ว ทิ้งไว้ ๗ วัน กรองเอาแต่น้ำมัน แล้วนำไปหยอดหูครั้งละ ๒ หยด วันละ ๔ ครั้ง

วันพุธที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไซนัส


ไซนัส
  • บวบแก่ ๒ ลูก คั่วให้เกรียมบดให้ละเอียดเป็นผง ให้รับประทานตอนเช้า ขณะท้องว่าง ครั้งละ ๑๐ กรัม 
  •  หัวหอมแดง ดอกปีบ และดอกลำโพง ใช้อย่างละประมาณเท่ากัน ตากให้แห้ง หั่นผสมกัน ผสมการบูรเล็กน้อย แล้วมวนสูบ ให้ควันผ่านออกทางจมูก

คัดจมูก


คัดจมูก
  • ตะไคร้ ใบมะขาม หัวหอม นำไปต้มให้เดือด สูดไอน้ำที่ได้

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ไข้หวัด


ไข้หวัด
  • ลูกกระดอม ๑๕ ลูก ต้มน้ำเคี่ยวจนได้น้ำประมาณ ๑ ถ้วย ดื่มเป็นยาลดไข้ เช้า-เย็น 
  •  นำยอดสะเดาอ่อน หรือดอกลวกน้ำร้อน หรือต้มกินเป็นอาหาร 
  •  ในกรณีที่มีน้ำมูกด้วย ให้ใช้ลูกใต้ใบ ๑ กำมือ ต้มในน้ำให้เดือด ๑๐ นาที 
  •  หั่นตะไคร้เป็นชิ้นๆ ต้มรวมกับขิงสด ดื่มน้ำที่ได้บ่อยๆ 
  •  หัวหอมใหญ่รับประทานกับอาหาร 
  •  หั่นแง่งขิงให้เป็นแว่นบางๆ เทน้ำร้อนใส่ปิดผา ตั้งทิ้งไว้ รอให้เย็น ดื่มแต่น้ำ 
  •  ต้นฟ้าทะลายโจร ๑ กำมือ น้ำ ๓ แก้ว ต้มให้เดือด ๑๐ นาที ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว วันละ ๔ ครั้ง ก่อนอาหารและก่อนนอน

วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2554

เหา


เหา
  • โขลกใบหรือเมล็ดของน้อยหน่าให้ละเอียด ผสมน้ำชโลมศีรษะให้ทั่ว ทั้งไว้ประมาณ ๓ ชั่วโมงแล้วจึงล้างออก ทำสัก ๓-๕ ครั้ง 
  •  มะกรูด ๒ ผล นำไปย่างรอให้เย็น นำมาถูให้ทั่วศีรษะ ทิ้งไว้ประมาณ ๓๐ นาที ใช้หวีซี่ถี่ๆ หวีให้ทั่วศีรษะ แล้วสระผมด้วยแชมพูตามปกติ ทำสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง

หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม


หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม
  • ใช้หัวกระชายต้มน้ำดื่ม 
  •  ผิวมะกรูดหั่นเป็นชิ้นบางๆ ชงกับน้ำเดือด เติมการบูรเล็กน้อย ดื่มครั้งละ ๑ ถ้วย 
  •  พริกไทย รากเจตมูลเพลิงแดง ส่วนเสมอภาค เหง้าขิงแห้ง ดอกดีปลี บดให้เป็นผงละลายกับน้ำมะนาว ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานครั้งละ ๑-๒ เม็ด